อิทธิพลของโลกออนไลน์กับผู้บริโภค

อิทธิพลของโลกออนไลน์กับผู้บริโภค

สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับก็คือ ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป อะไรต่างๆ ก็ย่อมเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดว่านี่คือ สิ่งที่ถูกพัฒนาขึ้นมาจนทำให้โลกทุกวันนี้กลายเป็นโลกที่ค่อนข้างมีความสะดวกสบายอย่างมาก การที่อินเตอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทกับการใช้ชีวิตของคนเรามากขึ้นทำให้โลกปกติเริ่มที่จะเปลี่ยนแปลงไปเป็นคำว่า โลกออนไลน์ ที่นับว่าเป็นยุคสมัยของการใช้งานอินเตอร์เน็ตที่สร้างสรรค์สิ่งต่างๆ มากมายนับไม่ถ้วน คนเราเองก็นิยมหันไปพึ่งพาความเป็นออนไลน์แบบนี้มากขึ้นเพราะเหตุผลหลักในเรื่องของความสะดวกสบาย

อย่างที่กล่าวไปว่าเมื่อโลกมีการพัฒนาก้าวไปอย่างไม่หยุดยั้ง มนุษย์เดินดินอย่างเราก็จำเป็นที่จะต้องปรับตัวเองให้เข้ากับโลกแต่ละยุคให้ได้เร็วที่สุด ในเมื่อยุคนี้เป็นยุคของโลกออนไลน์การทำสิ่งต่างๆ ก็ต้องอยู่ในความเป็นระบบออนไลน์อย่างไม่ต้องสงสัย คำว่าระบบออนไลน์ก็คือทุกสิ่งทุกอย่างต้องมีตัวกลางอย่างอินเตอร์เน็ตเป็นปัจจัยสำคัญ หลายๆ ธุรกิจเองก็มีการใช้สื่อในโลกออนไลน์มาเป็นตัวสร้างความน่าสนใจเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคให้มากที่สุด จึงไม่แปลกที่โลกออนไลน์จะค่อนข้างมีผลต่อผู้บริโภคเป็นอย่างมาก ซึ่งหากมองกันแต่ละเรื่องสามารถแยกอิทธิพลของโลกออนไลน์ที่มีต่อผู้บริโภคได้ ดังนี้

  1. การซื้อขายสินค้าสะดวกสบายมากขึ้น – สิ่งแรกที่มีโลกออนไลน์มีอิทธิพลต่อผู้บริโภคมากที่สุดคือเรื่องของการซื้อขายสินค้าที่แต่ก่อนจำเป็นต้องเดินทางไปยังแหล่งเพื่อซื้อหาตามความต้องการ ทว่าในปัจจุบันแค่กดเข้าไปในเว็บไซต์ต่างๆ ก็สามารถเลือกซื้อสินค้าต่างๆ ได้ตามต้องการแล้ว
  2. การรีวิวหรือคำวิจารณ์มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ – หากเป็นสมัยก่อนการซื้อสินค้าผู้ที่มีอิทธิพลมากที่สุดคือ ผู้ขายแต่ทุกวันนี้เมื่อทุกอย่างเป็นระบบออนไลน์ผู้ขายไม่ใช่ผู้ที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจของผู้บริโภคอีกต่อไปแต่กลับเป็นเหล่าบรรดาผู้ที่เคยใช้สินค้าแล้วมีการเอามารีวิวหรือวิจารณ์สินค้านั้นๆ ต่างหากที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค
  3. การโฆษณาบนสื่อออนไลน์มีอิทธิพลต่อผู้บริโภค – ต้องยอมรับว่าในอดีตการโฆษณาที่ดีที่สุดคือในโทรทัศน์แต่ในปัจจุบันการโฆษณาบนสื่อออนไลน์ต่างๆ ไม่วาจะเป็นคลิปโฆษณา แบนเนอร์ หรือแม้แต่การฝากโฆษณาในแฟนเพจที่มีชื่อเสียงก็ถือว่าค่อนข้างมีอิทธิพลต่อผู้บริโภคในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลาย – ด้วยความที่สื่อออนไลน์สามารถค้นหาได้ทุกๆ อย่างนั่นทำให้ตัวเลือกในการตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการของผู้บริโภคมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ไม่จำเป็นต้องมีการผูกขาดการซื้อเหมือนแต่ก่อน

สร้างอีเมล์มาร์เก็ตติ้งให้ประสบความสำเร็จ ต้องมีเทคนิคยังไง

สร้างอีเมล์มาร์เก็ตติ้งให้ประสบความสำเร็จ ต้องมีเทคนิคยังไง

การทำการตลาดในรูปแบบ อีเมล์มาเก็ตติ้งเป็นช่องทางการทำการตลาดอีกช่องทางที่ได้รับความนิยมเพราะเป็นช่องทางที่ประหยัด ส่งข้อมูลได้ตรงถึงกลุ่มลูกค้าที่ต้องการ ใช้เวลาสะดวกรวดเร็ว คำถามก็คือแล้วจะสร้างอีเมลมาเก็ตติ้งอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ ได้ผลตามที่ต้องการ วันนี้เรามีเทคนิคดีๆ มาฝาก

  1. 1. เจาะจงกลุ่มลูกค้าที่เต็มใจรับข้อมูล

ประการแรกที่จะทำให้อีเมลมาเก็ตติ้งประสบความสำเร็จก็คือ อีเมลที่จะส่งไปจะต้องแน่ใจว่าผู้รับอีเมลจะเปิดอ่านเนื้อหาอย่างเต็มใจ ไม่ถูกทิ้งลงถังขยะหรือถูกจัดเป็นสแปมเสียก่อน วิธีการที่จะมั่นใจว่าอีเมลจะส่งถึงผู้รับกลุ่มลูกค้าที่เต็มใจเปิดรับอีเมลมาเก็ตติ้งก็คือ การเสาะแสวงหาอีเมลกลุ่มลูกค้าที่เต็มใจรับข้อมูลของเรา อาจจะด้วยการแจกแบบสอบถามแล้วขอที่อยู่อีเมลไว้ การประชาสัมพันธ์หรือจัดอีเว้นท์ จัดรายการพิเศษให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเข้ามาร่วมกิจกรรมและขออีเมลเพื่อส่งข่าวสารที่น่าสนใจเป็นต้น

  1. 2. เลือกเนื้อหาข่าวสารประชาสัมพันธ์ที่น่าสนใจ

เนื้อหาของการประชาสัมพันธ์ต้องเป็นเนื้อหาที่กลุ่มผู้รับซึ่งเป็นเป้าหมายสนใจ อ่านแล้วรู้สึกดีและให้ความสนใจที่จะรับอีเมลมาเก็ตติ้งของเราในครั้งต่อๆ ไป โดยเราต้องวิเคราห์เนื้อหาที่เหมาะกับความสนใจ ไลฟ์สไตล์ มีประโยชน์ที่ลูกค้าชอบแฝงการสอดแทรกโน้มน้าวใจในเชิงการตลาดได้อย่างมีศิลปะ หรือเลือกแคมเปญที่เหมาะสมกับลูกค้าที่เชื่อว่าเมื่อลูกค้าได้รับจะสนใจ ตอบสนองด้วยดี บรรลุเป้าหมาย

  1. 3. มีที่มาที่ไปและตัวตนของอีเมล์มาเก็ตติ้ง

อีเมลมาเก็ตติ้งที่ประสบความสำเร็จต้องมีองค์ประกอบที่น่าเชื่อถือ ระบุแหล่งที่มาที่อยู่ที่ชัดเจนว่ามาจากบริษัทอะไรแบรนด์อะไร มีการแจ้งให้ทราบในเนื้อหาว่าเป็นผลิตภัณฑ์อะไรอย่างชัดเจน นอกจากนั้นควรจะใส่ Unsubscribe Link ไว้ด้วยทุกๆ ครั้ง เพื่อให้ผู้รับอีเมลเลือกกดเลิกรับได้เมื่อต้องการ ข้อดีก็คือจะทำให้อีเมลของเราไม่ถูกเมินเฉยหรือกลายเป็นอีเมลขยะ แล้วยังได้ข้อมูลการตอบรับที่นำไปประเมินประสิทธิภาพของอีเมลมาเก็ตติ้งเหล่านั้นได้ด้วย

  1. 4. รูปแบบการนำเสนอ

รูปแบบการนำเสนอของอีเมลมาร์เก็ตติ้งที่ส่งไปควรจะน่าสนใจสะดุดตา ไม่เข้าข่ายที่จะถูกผู้ให้บริการอีเมลโยนทิ้งเป็นสแปมก่อนถึงมือผู้รับ ซึ่งรูปแบบการเป็นอีเมลสแปมและอีเมลขยะก็สามารถศึกษาได้ไม่ยากและทำการหลีกเลี่ยงให้ได้มากที่สุด

  1. 5. มีการติดตามผลตอบรับและประเมินเพื่อปรับปรุง

สุดท้ายต้องมีการตรวจสอบทุกครั้งว่าอีเมลมาร์เก็ตติ้งที่ได้ส่งไปแต่ละฉบับมีลูกค้าเปิดอ่านมากน้อยแค่ไหน มีลูกค้าปฏิเสธเลิกรับอีเมล์ของเรามากน้อยแค่ไหน เพื่อนำมาประเมินและปรับปรุงอีเมลในครั้งต่อๆ ไป

บอกวิธีการทำให้ยอดขายออนไลน์ออกมาดีทะลุเป้าหมาย

บอกวิธีการทำให้ยอดขายออนไลน์ออกมาดีทะลุเป้าหมาย

ยอดขายจากช่องทางการขายออนไลน์ ในวินาทีนี้นับเป็นโอกาสของการทำเงินให้กับธุรกิจแบบแซงทางโค้งขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ เพราะพฤติกรรมของคนไทยเปลี่ยนไปในช่วงปีหลังๆ การสั่งซื้อของออนไลน์และการตัดสินใจใช้บริการจากอิทธิพลการเสพข้อมูลในโลกออนไลน์นั้นเพิ่มเปอร์เซ็นต์ มากขึ้นทุกที ส่วนแบ่งของยอดขายที่ได้จากการทำธุรกิจออนไลน์ก็สูงขึ้นเรื่อยๆ ทำอย่างไรที่ธุรกิจของเราจะมียอดขายออนไลน์ทะลุเป้า เคล็ดลับก็คือ

  1. การตลาดที่สามารถตอบสนองพฤติกรรมลูกค้า

การตัดสินใจซื้อของ บริการผ่านโลกออนไลน์ของกลุ่มลูกค้าในโลกออนไลน์นั้นมีความพิเศษที่แตกต่างจากโลกออฟไลน์หลายอย่าง การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าจึงต้องตอบสนองพฤติกรรมของลูกค้าให้ได้ มีการวิจัยได้ผลสรุปว่าลูกค้าในโลกออนไลน์มากกว่า 65% ตัดสินใจสั่งซื้อของออนไลน์ด้วยอารมณ์ความรู้สึกขณะนั้น ดังนั้นการตลาดของธุรกิจที่จะมียอดขายทะลุเป้าจะต้องเข้าไปตอบสนองความรู้สึกต่างๆ ในช่วงเวลาที่เหมาะสมเพื่อปิดการขายให้ได้ โดยรูปแบบต่างๆ คือ ตอบสนองความอยากรู้กระหายข้อมูล อยากอินเทรนด์ อยากหาข้อมูลเพื่อแก้ไขปัญหาข้อสงสัยต่างๆ หรือต้องการค้นหาคูปอง ส่วนลด สิทธิพิเศษต่างๆ การตลาดวิธีนี้อาจจะทำด้วยการโพสต์ Content ตามสื่อออนไลน์ในช่องทางต่างๆ ให้ตอบสนองการค้นข้อมูลของลูกค้า ใส่แบรนด์ ข้อมูลสินค้าในจังหวะ ตำแหน่งที่เหมาะสม มีลิงค์กลับมายังต้นทางร้านของคุณ ลูกค้าในโลกออนไลน์ส่วนใหญ่มีพฤติกรรมเสพติดข้อมูล ไม่ว่าต้องการรู้อะไร อยู่ในสภาวะอารมณ์ไหนจะใช้วิธี Search Engine เช่นค้นหาใน Google ไว้ก่อน กลยุทธการตอบสนองความต้องการนำมาให้ถึงตัวสินค้าจึงได้ผลเสมอ

  1. 2. ติดต่อสื่อสารสะดวก

ในขณะที่สินค้าของธุรกิจเรามีคู่แข่งจำนวนมากในโลกออนไลน์ ซึ่งคู่แข่งอาจจะมีสินค้าที่เหมือนหรือคล้ายคลึงกัน บางครั้งสินค้าของเราอาจจะมีคุณภาพ ดีไซน์  ความน่าสนใจมากกว่าแต่ถ้าเปรียบเทียบสินค้าที่เหมือนหรือใกล้เคียงกัน การที่ลูกค้าในโลกออนไลน์สามารถสื่อสารติดต่อร้านไหนได้สะดวกกว่า ตอบกลับเร็ว ได้รับบริการตามความต้องการรวดเร็ว ได้ข้อมูลที่ชัดเจน มีเครื่องมือที่ง่ายต่อการสั่งซื้อด้วยรูปแบบที่ไม่ยุ่งยาก ลูกค้าก็จะเลือกร้านนั้น เพราะอย่าลืมว่าลูกค้าในกลุ่มสั่งซื้อออนไลน์จะมีพฤติกรรมติดความสะดวกรวดเร็ว ง่าย ถ้าร้านใดที่ตอบสนองตรงนี้ได้ดีก็จะได้ส่วนแบ่งและทำยอดได้มากกว่า

  1. 3. สินค้ามีคุณภาพเหมือนที่โฆษณาไว้

การสั่งซื้อของออนไลน์ ยอดขายที่ต่อเนื่องก็มีผลเช่นกัน ทั้งการบอกต่อ ผลตอบรับ รีวิวที่ได้จากลูกค้า การซื้อซ้ำ ธุรกิจทุกประเภทต้องการยอดขายจากการซื้อซ้ำ การบอกต่ออย่างแน่นอน ดังนั้นสิ่งสำคัญที่ต้องเอาใจใส่คือคุณภาพของสินค้าต้องได้มาตรฐาน เหมือนที่โฆษณาไว้ เหมือนในรูปที่ลงเอาไว้ ยอดขายก็จะเพิ่มพุ่งขึ้นได้

อัตราการเติบโตของยอดขายออนไลน์ยังมีแนวโน้มขยายได้อีกมาก การปรับเปลี่ยนกลยุทธการตลาดบนโลกออนไลน์จึงเป็นกุญแจสำคัญของความสำเร็จในธุรกิจปัจจุบัน

ทำยังไงให้ประสบความสำเร็จ E-Commerce ไม่เป็นรองใคร

ทำยังไงให้ประสบความสำเร็จ E-Commerce ไม่เป็นรองใคร

E-Commerce เข้ามามีบทบาททางธุรกิจอย่างมากในปัจจุบัน เป็นช่องทางการดำเนินธุรกิจที่สำคัญสำหรับธุรกิจแทบทุกประเภท E-Commerce เป็นโอกาสของธุรกิจที่จะเติบโตทำกำไรอย่างมหาศาลหากสามารถทำได้ประสบความสำเร็จ การทำ E-Commerce ให้ประสบความสำเร็จนั้นจำเป็นจะต้องรู้แนวทางเคล็ดลับบางประการที่สำคัญ ได้แก่

  1. การออกแบบและจัดทำเว็บไซต์ที่ดี

เว็บไซต์ถือเป็นเครื่องมือหลักในการทำ E-Commerce เพราะเว็บไซต์เปรียบเสมือนหน้าร้าน เป็นแหล่งแสดงถึงตัวตน และเป็นช่องทางที่ลูกค้าจะสื่อสาร ซื้อสินค้าใช้บริการจากเรา หากมีการออกแบบ และจัดทำเว็บไซต์ที่ดีก็นับได้ว่าก้าวสู่ความสำเร็จไปกว่าครึ่ง เว็บไซต์ที่ดีต้องเข้าใจง่าย ใช้งานได้ง่าย ทั้งภาพและเนื้อหาลงตัว มีเครื่องมือที่สนับสนุนให้เกิดความคล่องตัวในการใช้ เข้าถึงเว็บไซต์ได้ง่าย ดังนั้น Cnntents เนื้อหารวมถึงรูปแบบที่ประกอบอยู่ในเว็บไซต์ก็สำคัญ การจัดวางแคตตาล็อกสินค้า ระบบการสั่งซื้อการติดต่อ สิ่งเหล่านี้คือตัวชี้วัดว่าเว็บไซต์จะดีหรือไม่ เมื่อลูกค้าเข้าถึงเว็บไซต์ได้ง่าย ใช้งานได้ง่าย ดึงดูดให้ลูกค้าเกิดความประทับใจก็จะส่งผลต่อธุรกิจและยอดขาย

  1. ใส่ใจถึงความพึงพอใจและความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ

เคล็ดลับความสำเร็จของ E-commerce ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของลูกค้า ระบบลูกค้าสัมพันธ์การมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า การใช้ข้อมูลต่างๆ รวมถึงการวิเคราะห์พฤติกรรม รสนิยมความชอบของลูกค้าก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย การติดต่อระหว่างร้านกับลูกค้า เจ้าหน้าที่ควรจะมีการตอบสนองรวดเร็ว เข้าใจความต้องการหรือปัญหาของลูกค้า บริการให้ความต้องการของลูกค้าสำเร็จลุล่วง

  1. 3. เป็นที่น่าเชื่อถือไว้วางใจ

ความเชื่อถือและไว้ใจในการทำ E-Commerce จะทำให้ลูกค้าอยู่กับคุณและมีการบอกต่อลูกค้าใหม่ๆ เป็นที่จดจำ และนึกถึง สามารถเข้าไปนั่งอยู่ในใจลูกค้าได้ เมื่อลูกค้ามีความต้องการที่เกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกับธุรกิจบริการของคุณก็จะนึกถึงคุณเป็นที่แรก

4.ให้ความสำคัญกับคุณภาพสินค้า

คุณต้องไม่ลืมว่าการที่ลูกค้าเข้ามาสั่งสินค้าและใช้บริการกับเรา หัวใจหลักที่ลูกค้าต้องการก็คือ Product ดังนั้นคุณภาพของสินค้าของคุณจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด สินค้าที่ส่งถึงมือลูกค้าจะต้องมีสเปกที่ตรงตามความต้องการ มีประสิทธิภาพ คุณภาพตรงตามที่ได้นำเสนอไว้แต่แรก ส่งตรงรวดเร็วและมีการรับประกันความพึงพอใจและคุณภาพ สามารถเปลี่ยนคืนได้ มีบริการหลังการขายที่ดี

หากคุณได้มีการปรับปรุง และพัฒนาธุรกิจ E-Commerce ของคุณอยู่เสมอ ไม่หยุดอยู่กับที่ตามเคล็ดลับ 4 ประการนี้จะนำให้คุณประสบความสำเร็จในโลกของ E-Commerce ได้โดยไม่ยาก

การตลาดออนไลน์ยุค Digital Marketing ต้องมีวิธีการทำยังไงให้ออกมาดี

การตลาดออนไลน์ยุค Digital Marketing ต้องมีวิธีการทำยังไงให้ออกมาดี

การตลาดถูกปรับเปลี่ยนรูปแบบ โฉมหน้าเมื่อกระแสดิจิตอลเข้ามามีบทบาทอย่างมากต่อผู้คนในสังคม การตลาดรูปแบบใหม่จึงเกิดขึ้นเพื่อให้เกิดประสิทธิผลที่น่าพอใจในโลกธุรกิจ การตลาดในรูปแบบนี้มีชื่อเรียกกันว่า Digital Marketing หากเจ้าของธุรกิจ และผู้บริหารสามารถใช้เครื่องมือ Digital Marketing ได้อย่างดีก็จะทำให้ประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก วิธีการทำ Digital Marketing ให้ออกมาได้อย่างดีนั้นประกอบไปด้วย

  1. ใช้ Content ที่ดีในการนำเสนอ

ด้วยการเสพข้อมูลข่าวสารจากโลกออนไลน์ที่มีกระแสแรง ปัจจุบันผู้บริโภคจึงมีพฤติกรรมแสวงหาข้อมูลผ่านการ Search Engine เมื่อพบข้อมูลเหล่านั้นจึงรวบรวมเพื่อประกอบการพิจารณาในการซื้อสินค้า บริการ หรือแม้แต่การตัดสินใจทำสิ่งต่าง ๆ Content หรือบทความจึงเป็นการเข้าถึงผู้บริโภคอย่างตรง ได้ผลที่สุดทางหนึ่ง เป็นเครื่องมือที่จะนำไปสู่การรู้จัก ยอมรับสินค้า และบริการของธุรกิจได้ง่าย บทความที่ดีควรให้ประโยชน์ เกิดความประทับใจเห็นคุณค่าจนเกิดการแชร์ต่อ จำเป็นที่จะต้องมีลิงค์ไปยังต้นทางคือเว็บไซต์ของธุรกิจด้วย ในช่วงหลัง Content ได้ถูกประยุกต์เข้ากับสื่ออย่าง YouTube กลายเป็นบทความในรูปแบบวีดีโอที่นำเสนอ จูงใจกลุ่มลูกค้าได้ชัดเจนกว่า เป็นที่สนใจมากกว่า คาดว่าจะเป็นที่นิยมในการใช้กับ Digital Marketing มากขึ้นเรื่อยๆ

  1. การทำ SEO

คือเป็นหน้าแรกในการ Search จากเว็บไซต์ค้นหาอย่าง Google ซึ่งต้องอาศัยเทคนิคการทำ SEO ที่ได้ผล การครอบครองอันดับใน Search Engine มีผลต่อการเป็นที่รู้จัก และนับเป็นหัวใจหลักของการทำ Digital Maketing ก็ว่าได้ ดังนั้น วิธีการทำให้ Digital Marketing ออกมาดีจึงยังจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการทำ SEO แต่ที่เพิ่มเติมขึ้นมาก็คือ การทำ SEO บนโทรศัพท์มือถือ ที่เริ่มมีบทบาทมากขึ้นเช่นกัน

  1. การใช้ช่องทางโซเชียลมีเดีย

การครอบครองพื้นที่ความสนใจจากโซเชียลมีเดียคืออีก 1 ปัจจัยความสำเร็จของ Digital Marketing เมื่อถูกค้นพบถูกกล่าวถึงในกลุ่มต่างๆ ที่เป็นเป้าหมายก็ทำให้เพิ่มยอดขาย เป็นผลดีต่อการตลาด มีข้อแม้ว่าการทำ Digital Marketing ในโซเซียลเน็ตเวิร์คนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเป็นดาบสองคมที่ต้องใช้การวางแผนที่ดี เพราะโซเชียลมีเดีย มีความพิเศษคือเป็นการสื่อสารสองทางที่ไว ชนิดนาทีต่อนาที เรื่องที่ถูกพูดถึงบนโซเชียลอาจจะส่งผลดีหรือร้านได้ในเวลารวดเร็ว ทั้งเฟสบุ้ค ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม หรือแม้แต่ YouTube

  1. มีระบบรองรับการชำระเงินออนไลน์ที่ดีเยี่ยม

เพราะเงินอิเล็กโทรนิกส์กำลังมีบทบาทมากขึ้นทุกทีทั้งในประเทศไทย และทั่วโลก ดังนั้นการตลาดแบบ Digital Market ก็ควรมีระบบการเงินออนไลน์ที่สะดวกรวดเร็วแม่นยำสำหรับธุรกิจ อำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า ทำให้เกิดการสั่งซื้อ และใช้บริการซ้ำอย่างต่อเนื่องมากขึ้นได้

Digital Marketing จะยังคงเป็นหัวใจสำคัญอันดับต้นๆ ของการตลาดธุรกิจต่อไปอีกนาน มีการปรับเปลี่ยนเทรนและรูปแบบอยู่เสมอ ดังนั้นการจะทำ Gigital Marketing ให้ดี จึงต้องคอยอัพเดทกลยุทธ์ กับรูปแบบให้ทัน

กลยุทธ์การตลาดในโลกออนไลน์ คืออะไร

กลยุทธ์การตลาดในโลกออนไลน์ คืออะไร

สถิติการสำรวจพบว่า คนไทยมากกว่า 14 ล้านคน หรือถือเป็นกว่า 20% ของประชากร ใช้โซเชียลมีเดียท่องอินเตอร์เน็ตทำให้ โซเซียลเน็ตเวิร์ค มีบทบาทมากไม่ต่างกันกับที่คนไทยใช้การสื่อสารและรับรู้ข้อมูลผ่าน โทรทัศน์, โทรศัพท์, วิทยุ, และหนังสือพิมพ์ เมื่อฐานลูกค้าส่วนใหญ่ต่างตบเท้าเข้ามาอยู่ในโลกออนไลน์ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้ประกอบธุรกิจทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่จะต้องเดินเกมการตลาดในโลกออนไลน์ให้เป็น การตลาดก็ไม่ต่างจากการจับปลา บริเวณใดที่มีปลานักจับปลาก็ต้องมุ่งหน้าไปที่นั่น  ผู้จับปลามีมากมายหลายเจ้า แต่ใครจะประสบความสำเร็จได้ปลากลับมามากก็ขึ้นอยู่กับวิธีการและอุปกรณ์ในการจับปลานั่นเอง เปรียบเสมือนกลยุทธการตลาดในโลกออนไลน์ ที่ใครมีกลยุทธ์มาก ใช้ให้ถูกที่ถูกจังหวะก็จะประสบความสำเร็จกับการตลาดในโลกออนไลน์  กลยุทธ์ที่ว่าก็คือ

เปิดช่องทางการตลาดในโลกโซเชียลชัดเจน

สิ่งแรกเมื่อจะออกไปหาปลาในทะเล คุณจะต้องเตรียมเรือของคุณให้พร้อมออกสู่ทะเลในทิศทางที่แม่นยำ ขนาดของเรือ ประสิทธิภาพ น้ำมันเรือจะต้องพร้อม นั่นหมายถึงคุณจะต้องมีหลักแหล่งช่องทางสื่อสารกับลูกค้าของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเว็บไซต์ของธุรกิจ เพจเฟซบุ๊ก หรือในช่องทางโซเชียลเนตเวิร์คอื่นๆ เพื่อให้ลูกค้าเห็นตัวตนของคุณอย่างชัดเจน เข้าถึงธุรกิจและบริการของคุณได้อย่างง่ายๆ ในหลายๆ ช่องทาง ที่สำคัญต้องมีการปรับแต่ง ออกแบบโซเชียลเนตเวิร์คของคุณให้ใช้ง่าย เข้าถึงสินค้า ข้อมูลและบริการได้ง่าย นอกจากตัวสินค้าบริการเองแล้วในโลกการตลาดออนไลน์คู่แข่งจะเฉือนกันก็ตรงประสิทธิภาพของโซเชี่ยลเนตเวิร์คของคุณ อาจจะเป็นกลยุทธการวางแผนให้ข้อมูลของคุณถูกแชร์ไปมากที่สุด มีความน่าสนใจที่คนจะมากดไลค์ กดแชร์เพื่อช่วยขยายการตลาดให้กับเราให้มีผู้พบเห็นมากที่สุด สร้างลิงค์ให้กดกลับมาสู่ธุรกิจของเราให้มากที่สุดเป็นต้น

ตำแหน่งและการเชื่อมโยงจะนำลูกค้ามาสู่คุณ

เดี๋ยวนี้ต้องยอมรับว่าการบริโภคและการใช้จ่ายของลูกค้าถูกเชื่อมโยงเข้ากับข้อมูลในโลกออนไลน์เป็นสำคัญและมีบทบาทมากขึ้นทุกที จะซื้ออะไรที่ไหนไปเที่ยวกิน ใช้เวลาที่ไหน ล้วนแต่ Search หาข้อมูลจากโลกออนไลน์ เทรนความนิยมก็เช่นกัน ดังนั้นกลยุทธการตลาดที่ขาดไม่ได้สำหรับธุรกิจก็คือ การแชร์ Location การระบุตำแหน่งของร้านของคุณ การมีส่วนลดโปรโมชั่นลงไปยังเว็บและช่องทางต่างๆ ดึงดูดให้ลูกค้าสนใจมาใช้บริการเข้าถึง รู้จักธุรกิจของคุณมากที่สุด การเชื่อมโยงโลกออฟไลน์เข้ากับโลกออนไลน์ให้กลมกลืนลื่นไหล เช่นคูปอง การร่วมสนุก อีเว้นท์ต่างๆ ที่จะนำลูกค้าในโลกออนไลน์มายังโลกออฟไลน์คือร้านของคุณได้

วิเคราะห์ลูกค้าและจูงใจจากโลกออนไลน์

โลกออนไลน์ทำให้กลยุทธการตลาดง่ายขึ้น  ความสำเร็จจึงอยู่ที่การวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าผ่านพฤติกรรมในโลกออนไลน์ รสนิยม ความชอบ ความสนใจ หรือแม้แต่ระดับประเภทของลูกค้า หากใช้เครื่องมือข้อมูลเหล่านี้อย่างแม่นยำก็จะทำให้ประสบความสำเร็จในการตลาดโลกออนไลน์ได้อย่างแน่นอน

E-Commerce คืออะไร แล้วมีข้อดียังไงในเชิงธุรกิจ

E-Commerce คืออะไร แล้วมีข้อดียังไงในเชิงธุรกิจ

E-Commerce นี้เป็นคำที่คุ้นหูและรู้จักกันทั่วไป E-Commerce เข้ามามีบทบาทกับชีวิตประจำวันของผู้คนในยุคที่การสื่อสารไร้พรมแดนอย่างปฎิเสธไม่ได้ E-commerce ก็คือการซื้อขายผ่านสื่ออิเล็กทรอนิก โดยมีจุดเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1970 โดยเริ่มใช้จากการโอนเงินระหว่างหน่วยงานใหญ่ก่อน ในเชิงธุรกิจแล้ว E-Commerce มีข้อดีมากมายได้แก่

1 ลดค่าใช้จ่าย

ทั้งลูกค้าและผู้ขายสินค้าได้รับประโยชน์จาก E-Commerce ในการลดค่าใช้จ่ายทั้งสองฝ่าย สำหรับผู้ขายหรือเจ้าของธุรกิจ สามารถลดต้นทุนทั้งการเช่าหน้าร้าน การจ้างพนักงานจำนวนมาก เช่นพนักงานหน้าร้าน พนักงานส่งของ แคชเชียร์   ลดต้นทุนในการประชาสัมพันธ์ ร้าน สำหรับลูกค้าเองก็ลดค่าใช้จ่ายที่จะต้องเดินทางไปหาซื้อ บางครั้งอาจต้องผ่านนายหน้า หรือการจ่ายราคาค่าสินค้าที่แพงกว่าเมื่อซื้อจากหน้าร้านเพราะต้นทุนที่สูงกว่า เป็นต้น

2 ประหยัดเวลา

E-Commerce ช่วยให้การซื้อขายและการทำธุรกรรมต่างๆ ทางธุรกิจเป็นไปอย่างรวดเร็วและประหยัดเวลา ผู้ขายสามารถขายสินค้าโดยไม่ต้องเสียเวลาในการหาลูกค้าแบบตัวต่อตัว เป็นอิสระในเรื่องเวลาไม่ต้องคอยเฝ้าหน้าร้านเมื่อมีโปรแกรมรูปแบบการขายสินค้าอัตโนมัตไว้แล้ว ทุกอย่างสามารถดำเนินไปอย่างต่อเนื่องเป็นระบบด้วยตัวเอง ในขณะที่ลูกค้าเองก็ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปยังร้านเพื่อเลือกซื้อสินค้า สามารถเลือกซื้อได้ทันทีที่ต้องการและยังโอนเงินผ่านช่องทางออนไลน์ได้ทันที ธุกิจจึงเกิดขึ้นครบกระบวนการและเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว

3 ไม่จำกัดเวลาในการซื้อและขาย

การทำธุรกิจในรูปแบบ E-Commerce เป็นการทำลายกรอบความจำกัดในเรื่องเวลา ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายสามารถทำการซื้อขายสินค้ากันได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะในโลกออนไลน์การซื้อขายไม่ต้องมีเวลาเปิดปิดของร้าน ไม่จำเป็นที่จะต้องสื่อสารกัน Real Time เสมอไป

4 เพิ่มโอกาสและช่องทางในการขาย

จากที่อดีตการซื้อขายจำกัดอยู่ในโลกความเป็นจริงที่ถูกบีบในกรอบของสถานที่และเวลาและต้นทุน การซื้อขายจึงจำกัดวงแคบๆ เมื่อมี E-Commerce ช่องทางการค้าขายจึงขยายมากขึ้น ทั้งการซื้อขายที่ไร้พรมแดน คนในซีกโลกที่ไกลออกไปก็สามารถเข้าถึงสินค้าและบริการจากอีกทวีปได้ด้วยการท่องอินเตอร์เนตและมีปฎิสัมพันธ์ตกลงซื้อขายกันได้เลย ธุรกิจทั้งขนาดเล็กและใหญ่มีการแข่งขันที่เท่าเทียมกันจากเดิมที่ธุรกิจขนาดใหญ่จะได้เปรียบในด้านการตลาด ทั้งการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าการเลือกทำเลของร้าน แต่เมื่อกลายเป็น E-Commerce แล้วทั้งธุรกิจขนาดเล็กและใหญ่ก็มีโอกาสที่จะเติบโตและทำการตลาดได้ไม่แพ้กัน

5 เกิดความสะดวกทั้งการซื้อและการขาย

การสื่อสารที่ทันสมัยทำให้ช่องทางการซื้อขายเป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็ว ผู้ซื้อสามารถสั่งซื้อผ่านโลกออนไลน์ในขณะที่ผู้ขายก็ได้นำเสนอสินค้าของตนผ่านหน้าจอ มีการโอนชำระกันผ่านระบบอิเล็กโทรนิกส์ได้อย่างง่ายดาย

ทั้งหมดนี้จึงทำให้แนวโน้มการขยายตัว ความเติบโตของ E-Commerce จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ  มีบทบาทสำคัญในโลกธุรกิจในอนาคตต่อไปอีกนานแสนนาน จนกว่าจะมีเทคโนโลยีที่ใหม่และทันสมัยกว่ามาแทนที่

10 กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ ที่คุณต้องควรอ่านแล้วควรทำตาม

10 กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ ที่คุณต้องควรอ่านแล้วควรทำตาม

โลกของการตลาดทุกวันนี้ไมได้หยุดอยู่แค่การนำเสนอสินค้าหรือบริการออกสู่สายตาผู้บริโภคด้วยเทคนิคเดิมๆ ที่เคยใช้กันอีกต่อไปเพราะโลกออนไลน์คือสิ่งที่ก้าวขึ้นมามีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคเป็นอย่างมาก ธุรกิจที่จะประสบความสำเร็จจึงต้องรู้จักการใช้กลยุทธ์การตลาดออนไลน์มาช่วยส่งเสริมด้วยเช่นกัน

10 กลยุทธ์ ที่จะทำให้คุณเปลี่ยนยอดขายที่ดีมากยิ่งขึ้น

  1. มุ่งเน้นที่โซเชียลเน็ตเวิร์ค – ทุกวันนี้เครือข่ายอย่างโซเชียลเน็ตเวิร์คไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, Twitter, Line และอื่นๆ คือสื่อที่คนทั่วไปให้ความสนใจมากที่สุดเพราะฉะนั้นจำเป็นจะต้องมุ่งเน้นการตลาดไปที่นี่มากที่สุด
  2. สร้างความน่าสนใจบนโลกออนไลน์ – ไม่ว่าจะเป็นการทำคลิปวีดีโอ, บทความ หรืออะไรก็ตามแต่ที่เมื่อเผยแพร่ลงในโซเชียลเน็ตเวิร์คแล้วจะโดนใจจนมีคนกดไลค์ และแชร์ไปให้ไกลได้มากที่สุดยิ่งทำให้โด่งดังได้เร็ว
  3. ใช้ผู้มีอิทธิพลบนโลกออนไลน์ – ทุกวันนี้คำว่าเน็ตไอดอล หรือเพจดังต่างๆ คือสิ่งที่คนให้ความสนใจมาก การฝากให้คนเหล่านี้โฆษณาหรือประชาสัมพันธ์จะช่วยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว
  4. สร้างตำแหน่งให้ธุรกิจ – หมายถึงการสร้าง Location ให้กับธุรกิจของตัวเองแล้วอาจใช้การตรวจสอบบ่อยๆ ว่ามีใครเช็คอินหรือไม่โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหารจะค่อนข้างได้ผลมากหากวางตำแหน่งธุรกิจให้คนเช็คอินได้
  5. ใช้พันธมิตรบนโลกออนไลน์ – ทุกวันนี้เว็บหรือแอพพลิเคชั่นที่เป็นตัวกลางสำหรับการขายสินค้ามีมากมาย ธุรกิจอาจเลือกใช้ช่องทางเหล่านี้ในการทำการตลาดออนไลน์ก็ได้เหมือนกัน เพราะบ่อยครั้งที่ลูกค้าเข้าไปเว็บเหล่านี้มากกว่าเว็บขายสินค้าโดยตรง
  6. สร้างการเข้าถึงในหลากหลายอุปกรณ์ – พูดง่ายๆ คือ หากมีเว็บไซต์แล้วก็อาจสร้างแอพพลิเคชั่นสำหรับความสะดวกสบายในการเข้าจากมือถือที่จะช่วยให้เข้าถึงธุรกิจได้มากขึ้น
  7. พยายามทำให้ลูกค้าเข้าใจง่ายมากที่สุด – การสร้างโฆษณาหรือแม้แต่การจะให้ลูกค้าซื้อสินค้าของเราควรทำอะไรที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน เพราะความยุ่งยากจะทำให้เกิดความเบื่อหน่ายในการซื้อสินค้าหรือบริการ
  8. ใช้การเก็บข้อมูลมาเป็นการบ้าน – ไม่ว่าจะเป็นสถิติผู้เข้าชมเว็บ ยอดไลค์ ยอดแชร์ สิ่งเหล่านี้สามารถนำมาเป็นข้อมูลเพื่อปรับเปลี่ยนหรือปรับปรุงกลยุทธ์ทางการตลาดให้เกิดความน่าสนใจได้มากยิ่งขึ้น
  9. สร้างกระแสที่ดีอยู่เสมอ – ความเป็นจริงของโลกออนไลน์คืออะไรที่รวดเร็ว น่าสนใจ การสร้างกระแสให้กับธุรกิจในทางที่ดีจะช่วยสร้างการจดจำให้กับผู้คนบนโลกออนไลน์ได้เป็นอย่างดี จนทำให้เกิดการจดจำและน่าเชื่อถือ
  10. สร้างการ์ตูนจำลองให้เป็นภาพจำ – การใช้มาสคอตบนโลกออนไลน์โดยการออกแบบให้มีความเข้าใจในธุรกิจพร้อมกับตั้งชื่อให้น่าสนใจจะช่วยสร้างภาพจดจำให้กับกลุ่มลูกค้าได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังสามารถต่อยอดในการเอามาขายสินค้าได้ด้วย
ตลาดออนไลน์ Facebook การค้าดีไม่เสียค่าที่

ตลาดออนไลน์ Facebook การค้าดีไม่เสียค่าที่

facebookshop

การจะไปหาพื้นที่ทำการตลาดตามสถานที่เพื่อทำการซื้อขายแลกเปลี่ยน แต่เดี๋ยวนี้การตลาดในโลกของเรานั้นเปลี่ยนไปมากด้วยการทำการค้าในรูปแบบใหม่ที่ทั้งสะดวกรวดเร็วทันใจ โดยที่ไม่ต้องเดินทางไปไหนไกลๆ กับการนั่งเล่นคอมอยู่บ้าน ซึ่งการขายของทางเน็ตก็เหมือนเป็นสื่อโฆษณาได้ดีถ้าหากมีแบรนด์สินค้าที่น่าเชื่อถือ โดยสิ่งที่พ่อค้าแม่ค้ามักจะนำไปอวดของขายแลกเปลี่ยนคงจะหนีสถานที่นี้ไม่พ้นอย่างแน่นอนนั้นก็คือ Facebook การค้าขายของที่นี่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก เพราะสามารถจะสร้างเพจออนไลน์ขายของได้เอง

ทำยังไงให้มีคนเข้ามาสนใจซื้อขายของกันมากขึ้น

Facebook shop

การทำให้สินค้าให้มีคนมาสนใจคุณต้องสร้างรากฐานและความเชื่อถือ ด้วยการโปรโมทสินค้าตัวเองผ่านในช่างทางๆ ต่างไม่ว่าจะเป็น สังคมในกลุ่มปิดและเปิดสาธารณะ โดยสินค้าของคุณที่จะขายต้องเจาะกลุ่มตลาดให้ถูกแล้วพยายามให้มีคนมาติดต่อพูดคุยกันมากยิ่งขึ้น พอเริ่มดีมากขึ้นก็ควรจะจัดให้สินค้าของท่านมีการลดราคาซัมเมอร์เซลล์ เพื่อให้ลูกค้าแต่ละคนต้องตกตะลึงแล้วเป็นปากต่อปากว่าสินค้าของคุณกำลังลดราคาอีกด้วย เพียงเท่านี้แบรนด์สินค้าของท่านก็จะเป็นที่รู้จักได้อย่างรวดเร็วทันใจหรือจะให้มีโฆษณาที่แรงและดีมากขึ้นที่ Facebook ก็ยังมีปุ่มโปรโมทเพื่อกระจายคนเข้ามองเห็นเพจของคุณได้เพิ่มเยอะอีกด้วยแต่ในกรณีนี้เสียเงิน

ข้อดีของการทำการซื้อขายในโลกออนไลน์

FACEBOOKonline

  1. การซื้อขายในพื้นที่ออนไลน์ไม่เสียค่าสถานที่
  2. ไม่ต้องพบเจอกับสภาพอากาศที่ไม่รู้ว่าจะฝนตกเมื่อไรแล้วจะขายของไม่ได้
  3. เป็นสื่อโฆษณากระจายข่าวได้ดี
  4. มีการลงทุนในการเปิดเว็บไซต์ที่ต่ำ
  5. สินค้าสามารถขายของส่งออกได้ทั่วทุกมุมโลก
  6. มีความสะดวกสบายไม่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนก็สามารถจะขายของคุยแชทได้ตลอดเวลา

ข้อเสียของการทำการซื้อขายในโลกออนไลน์

  1. ลูกค้าบางกลุ่มอาจจะไม่เชื่อว่าสินค้าของเราจะทำการส่งค้าจริงหรือไม่ในขณะที่โอน
  2. ไม่เห็นสินค้าว่าอยู่ในสภาพที่ดีแค่ไหน
  3. มีการแข่งขันที่สูงในโลกออนไลน์แถมยังมีการมาของเรื่องในการตัดราคาขาย
  4. การจัดส่งสินค้าที่อาจจะต้องใช้เวลาแล้วของอาจจะไม่อยู่ในสภาพสมบูรณ์เนื่องจากการขนส่งแต่ละบริษัท

ทุกสิ่งทุกอย่างคือการแข่งขันบนตลาดโลกออนไลน์ควรจะศึกษาให้ดีก่อนจะทำอะไรลงไปแล้วไม่ได้อะไรกลับคืน เนื่องจากการลงทุนมีความเสี่ยงควรมองให้ดีและลึกไปอีกการทำมาค้าขาย